ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอผ่อนชำระภาษีกลางปี

ข้อหารือ กค 0811(กม)/1281 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2541

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811(กม)/1281
วันที่
2 กรกฎาคม 2541
ข้อกฎหมาย
มาตรา 22, มาตรา 26, มาตรา 27, มาตรา 67 ทวิ, มาตรา 67 ตรี

ข้อหารือ

บริษัทขอผ่อนชำระภาษีเงินได้กลางปี 2540 (ภ.ง.ด.51) ในวันที่ 31 สิงหาคม 2540

เป็นเงินประมาณ 1,500,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 งวด โดยไม่เสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ โดย

บริษัทฯ ได้วางหนังสือประกันจากธนาคาร เพื่อค้ำประกันการชำระเงินภาษีดังกล่าว

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

กรณีบริษัทฯ ยื่นแบบแสดงรายการประมาณการกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.51 ตามมาตรา 67

ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และขอผ่อนชำระภาษีอากรเป็น 3 งวด ซึ่งตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วย

การผ่อนชำระภาษีอากร พ.ศ. 2539 กระทำได้ดังนี้

1. ต้องยื่นคำร้องตามแบบ ท.ป.2 หนึ่งชุด ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอที่

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่

2. แนบเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น งบยอดเงินคงเหลือในธนาคารที่ยังมีบัญชีกันอยู่

งบกำไรขาดทุน งบดุล และหลักประกัน เช่น หนังสือค้ำประกันของธนาคาร

3. ต้องชำระภาษีอากรงวดแรกทันทีที่ยื่นคำร้อง ส่วนงวดต่อ ๆ ไป ให้ชำระภายใน

เวลาที่ได้รับอนุมัติ

เนื่องจากการขอผ่อนชำระภาษีอากรนั้น เป็นการเร่งรัดภาษีอากรวิธีหนึ่งเมื่อผู้เสียภาษี

ได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระภาษีอากรออกเป็น 3 งวด ๆ ละเท่า ๆ กัน งวดแรกชำระภาษีอากรพร้อมกับ

การยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 จึงเป็นการชำระภาษีภายในกำหนดเวลาเฉพาะงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ถือว่า

มิได้เป็นการชำระภาษีภายในกำหนดเวลา บริษัทฯ ผู้เสียภาษีอากรต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5

ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

การเรียกเก็บเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องเป็นกรณีที่

บริษัทฯ ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี

โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือยื่นรายการและชำระภาษีภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้าย ของรอบ

ระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน

ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

โดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีผู้เสียภาษีได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระภาษีเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร จึงไม่เข้า

ลักษณะที่จะต้องเสียเงินเพิ่ม ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

การเรียกเก็บเบี้ยปรับ ตามมาตรา 22 และมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร จะ

เรียกเก็บได้เฉพาะกรณีที่มีการออกหมายเรียกตรวจสอบไต่สวนและประเมินภาษีเงินได้

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811(กม)/1281

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา