ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการผลิตและขายสารผสมล่วงหน้าอาหารสัตว์

ข้อหารือ กค 0811/พ.1507 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/พ.1507
วันที่
17 กุมภาพันธ์ 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 65 ทวิ, มาตรา 81, มาตรา 82/3, มาตรา 82/5, มาตรา 87, มาตรา 87/3, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2534 ฯ, (ฉบับที่ 29) และ (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2535 ฯ

ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้า ทั้งที่ต้องเสียและยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และ

มีนโยบายที่จะผลิตสินค้าประเภทสารผสมล่วงหน้า (พรีมิกซ์) สำหรับไก่กระทง ไก่ไข่ และเป็ดทุกขนาด

อายุ (ใช้สำหรับสัตว์เท่านั้น) ชื่อ ENFORCE-VITA (เอ็นฟอร์ช-ไวต้า) ซึ่งมีส่วนผสมจากไวตามิน แร่

ธาตุ จึงขอทราบว่า

1. บริษัทฯ ผลิตและขายสินค้าดังกล่าวจะเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา

81 (1)(จ) การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุง รักษา ป้องกัน หรือกำจัด

ศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์หรือไม่

2. กรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ บริษัทฯ มีสิทธิ

นำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

3. กรณีที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เครื่องมือเครื่องจักร ที่ซื้อมาเฉพาะผลิตสินค้าชนิดนี้

ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นบริษัทฯ มีสิทธินำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่

4. กรณีที่บริษัทฯ ผลิตสินค้าที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการผลิต เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า บริษัทฯ มีสิทธินำมา

ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งจำนวนหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะมีวิธีการเฉลี่ยอย่างไร และวิธีการจัดทำ

รายงานภาษีซื้อและการลงรายการในแบบ ภ.พ.30 จะลงรายการอย่างไร

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีบริษัทฯ ผลิตและขาย "สารผสมล่วงหน้า" ซึ่งเป็นสารผสมของวัสดุที่ใช้เลี้ยงสัตว์

ที่มีส่วนผสมจากไวตามินชนิดต่าง ๆ แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ และสื่อตามข้อเท็จจริงดังกล่าว หากผลิตภัณฑ์นั้น

ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารสัตว์ตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์ก็เข้าลักษณะเป็น

เคมีภัณฑ์ใช้สำหรับสัตว์ เพื่อบำรุงรักษาสัตว์ เมื่อขายสินค้าดังกล่าวภายในประเทศจึงได้รับ

ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (จ) แห่งประมวลรัษฎากร

2. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบและเครื่องมือเครื่องจักรมาใช้ในการผลิตสินค้าตาม ข้อ

2 และข้อ 3 ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตามข้อ 2 (3) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่

42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535

3. การเฉลี่ยภาษีซื้อ การลงรายงานภาษีซื้อและการลงรายการในแบบแสดงรายการ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) แยกพิจารณาได้ดังนี้

(1) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า หรือบริการที่นำมาใช้ในการประกอบกิจการทั้งที่

ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า ตาม

ข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้ประกอบการจะนำภาษีซื้อดังกล่าว มาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดไม่ได้ แต่

ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติ ดังนี้คือ ในกรณีที่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือ

บริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นภาษีซื้อของกิจการ

ประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ๆ แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือ

บริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใดให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของแต่ละกิจการและ

ให้นำเฉพาะภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้ตามรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักออกจาก

ภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับภาษีซื้อส่วนที่

เกิดจากกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้

เงื่อนไขของมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

(2) การทำรายงานภาษีซื้อ ตามมาตรา 87 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ลง

รายการตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งไม่สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5

แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยให้หมายเหตุว่าเป็นรายการที่ไม่สามารถนำไปหักในการคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริงผู้ประกอบการจะต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ สำหรับ

ใบกำกับภาษีทั้งที่สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องห้ามไม่ให้นำไปหักในการคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้หมายเหตุจำนวนเงินภาษีที่เป็นรายการที่ไม่มีสิทธิ์นำไปหักในการคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วย โดยรายงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา 87 และ

87/3 แห่งประมวลรัษฎากรประกอบกับ ข้อ 4 วรรคสอง แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 22)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534

(3) การลงรายการในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ผู้ประกอบการ

มีสิทธินำภาษีซื้อจากยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษีในแต่ละเดือนซึ่งได้ลงรายงานภาษีซื้อ

ไว้ตาม 3 (2) มาลงรายการในช่องภาษีซื้อเดือนนี้ในข้อ 7 ของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (

ภ.พ.30)

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/พ.1507

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา