ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการโอนกิจการของสถาบันการเงิน

ข้อหารือ กค 0811/02750 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2542

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/02750
วันที่
25 มีนาคม 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 91/8

ข้อหารือ

ธนาคาร ก จำกัด ได้รับโอนทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และ

บริษัทเงินทุน 12 บริษัท ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการรวมกิจการ

ระหว่างธนาคาร ก จำกัด บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และบริษัทเงินทุน 12 บริษัท ลงวันที่ 22

ธันวาคม พ.ศ. 2541 และได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมภาษีอากรในการรวมกิจการ ตาม

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรในการรวมกิจการระหว่าง

ธนาคาร ก จำกัด บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และบริษัทเงินทุน 12 บริษัท ลงวันที่ 22 ธันวาคม

พ.ศ.2541 ธนาคารฯ จึงขอทราบว่าความเห็นของธนาคารดังต่อไปนี้ถูกต้องหรือไม่

1. ธนาคารฯ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และสถาบันได้ใช้เกณฑ์เงินสดใน

การคำนวณดอกเบี้ยรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และสถาบันได้

โอนลูกหนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ยค้างรับดังกล่าวมาให้ธนาคารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 บริษัทเงินทุน

หลักทรัพย์ ข จำกัด และสถาบันจึงไม่มียอดดอกเบี้ยค้างรับคงเหลือในบัญชีดอกเบี้ยค้างรับ และการ

โอนกิจการตามมติคณะรัฐมนตรีบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และสถาบันจะได้รับยกเว้น

ภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับดอกเบี้ยค้างรับดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดประกอบกับ

ประกาศกระทรวงการคลังที่อ้างถึงข้างต้น เนื่องจากเป็นภาษีอากรที่เกิดขึ้นโดยตรงเนื่องจากการ

โอนกิจการ

2. ในส่วนของธนาคารฯ นั้น เมื่อธนาคารฯ ได้รับโอนดอกเบี้ยค้างรับดังกล่าวแล้ว

ธนาคารฯ จะมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ต่อเมื่อธนาคารฯ ได้รับเงินดอกเบี้ยที่ค้างรับจากลูกค้าแล้ว

ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์เงินสด

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

ตามประกาศกระทรวงการคลัง ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 67 จัตวา

แห่งพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติ

การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ

การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้ยกเว้นค่าภาษีอากรต่าง ๆ

บรรดาที่เกิดขึ้นจากการรวมกิจการธนาคาร ก จำกัด บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด และบริษัทเงินทุน

12 แห่ง

ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริง การโอนบัญชีลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งถือเป็นรายรับที่ผู้โอน

จะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่เมื่อเป็นการโอนบัญชีลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับ ที่

เกิดขึ้นเนื่องจากการรวมกิจการตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ข จำกัด

และสถาบันผู้โอน ย่อมได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามนัยประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว

สำหรับกรณีธนาคาร ก จำกัด ที่ได้รับโอนดอกเบี้ยค้างรับมาดังกล่าว ต่อมาได้รับเงิน

ดอกเบี้ยที่ค้างรับมาจากลูกค้า ธนาคารฯ จะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามวิธีการ

หลักเกณฑ์ และการปฏิบัติทางบัญชีที่ธนาคารได้เลือกปฏิบัติในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามวรรคสองของ

มาตรา 91/8 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อธนาคารฯ เลือกเกณฑ์เงินสด ก็ต้องถือปฏิบัติตลอดไป

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/02750

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา