ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีส่งน้ำตาลทรายไปต่างประเทศโดยผ่านบริษัทส่งออก

ข้อหารือ กค 0811/พ.06466 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2542

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/พ.06466
วันที่
6 กรกฎาคม 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77/2, มาตรา 80, มาตรา 80/1, มาตรา 88/6, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.41/2537 ฯ

ข้อหารือ

สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ ได้ทำการตรวจปฏิบัติการกรณีคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม รายบริษัท ก

จำกัด สำหรับเดือนภาษีธันวาคม 2538 จำนวน 271,906.61 บาท โดยปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้

1. บริษัท ก จำกัด ประกอบกิจการผลิต ส่งออก ขายส่งน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายดิบ

กากน้ำตาล บริษัทฯ ได้รับบัญชีจัดสรรน้ำตาลจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.

2538 กำหนดชนิดและปริมาณน้ำตาลทรายที่ให้โรงงานน้ำตาลผลิตในฤดูการผลิต ปี 2537/2538

2. บริษัท ข จำกัด เป็นผู้มีสิทธิส่งน้ำตาลทรายออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ได้ทำสัญญา

รับมอบหมายจาก บริษัท ก จำกัด ให้เป็นผู้จัดการส่งออกน้ำตาลทรายดิบและหรือน้ำตาลทรายขาว ไป

จำหน่ายยังต่างประเทศได้ทุกรูปแบบของสัญญาตามเงื่อนไขและข้อตกลง

3. บริษัท ค จำกัด เป็นบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

มีความประสงค์จะซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไทย จึงแต่งตั้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง ซึ่งเป็นนิติบุคคลตั้งอยู่

ในประเทศไทย เป็นตัวแทนในการซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไทยส่งออกไปให้แก่บริษัทฯ ตามข้อตกลง

ลงวันที่ 1 มกราคม 2536

4. บริษัท ก จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายน้ำตาลทรายดิบ กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง โดย

บริษัท ก จำกัด ผู้ขาย ต้องจัดส่งน้ำตาลทรายจำนวน 10,000 กระสอบ (500 เมตริกตัน) ไปยัง

ประเทศลาว ราคาเมตริกตันละ 290 เหรียญสหรัฐ ผู้ซื้อจะจ่ายเงินค่าน้ำตาลให้แก่ผู้ขายทั้งหมดเป็น

เงินบาท โดยถืออัตราแลกเปลี่ยนในวันที่จ่ายเงินเป็นหลัก และต้องจ่ายให้แก่ผู้ขายภายใน 10 วัน

หลังจากวันที่ทำสัญญา

5. ในการส่งออกน้ำตาลทรายไปยังต่างประเทศ บริษัท ก จำกัด ได้มอบหมายให้ตัวแทน

คือ บริษัทข จำกัด เป็นผู้มีสิทธิจัดการส่งออกน้ำตาลทรายไปต่างประเทศ และดำเนินพิธีการส่งออก

รวมทั้งรับชำระเงินค่าสินค้าด้วย เมื่อ บริษัท ข จำกัด ส่งสินค้าครบตามจำนวนและได้รับเงินค่าสินค้า

แล้ว จะแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัท ก จำกัด ทราบ พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดการหักค่าใช้จ่ายและ

ค่าบริการในการส่งออก แต่ในคำร้องขอรับหนังสืออนุญาตให้ส่งน้ำตาลทรายออกนอกราชอาณาจักร ระบุ

ชื่อผู้ซื้อคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง

ขอทราบว่าการยื่นแบบแสดงรายการ ภ.พ.30 กรณีมีภาษีขอคืนเป็นเงินสด ได้

ตรวจปฏิบัติการก่อนคืนภาษี ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการตรวจคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2539

ข้อ 19 ผลการตรวจพบว่ามีภาษีต้องประเมินเพิ่มเติมพร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้นำภาษีที่ประเมิน

ไปหักกลบลบหนี้กับจำนวนภาษีที่จะได้รับคืนได้ และแม้ว่ามีภาษีเหลือต้องคืน หากระยะเวลาเกินกำหนด 2

ปี นับแต่วันยื่นแบบแสดงรายการจะต้องขอขยายเวลาการประเมินฯ ต่ออธิบดีก่อนการหักกลบลบหนี้

ถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณี บริษัท ก จำกัด เป็นโรงงานน้ำตาลทราย ได้ส่งออกน้ำตาลทรายโดยผ่านบริษัท

ข จำกัดซึ่งเป็นตัวแทนในการส่งออกที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อบริษัท ก

จำกัด ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการอนุญาตให้ส่งออกน้ำตาลทรายตาม

กฎหมายว่าด้วยอ้อยและน้ำตาลทรายครบถ้วน และมีหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 แห่ง

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.41/2537 ฯ ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ครบถ้วน ย่อมถือได้ว่า

บริษัท ก จำกัด เป็นผู้ส่งออก ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (1)

แห่งประมวลรัษฎากร

ส่วนบริษัท ข จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนในการส่งออก เป็นผู้ให้บริการแก่บริษัท ก จำกัด มี

หน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการที่ได้รับจากบริษัท ก จำกัด (โรงงานน้ำตาลทราย) ใน

อัตราภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด ง ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท ค จำกัด (ตั้งอยู่ในประเทศลาว) ใน

การสั่งซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไทยจากบริษัท ก จำกัด ถือว่าเป็นผู้ให้บริการในราชอาณาจักรตาม

มาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ห้างฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการที่ได้รับ ใน

อัตราภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของเจ้าพนักงานเมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปี ตามมาตรา

88/6 แห่งประมวลรัษฎากร นั้น กรมสรรพากรกำหนดเป็นทางปฏิบัติให้ดำเนินการขออนุมัติประเมินก่อน

พ้นกำหนดเวลา 2 ปี ดังนั้น ในการตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้เสียภาษีรายใดที่มีเหตุอันควรเชื่อว่า

ผู้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่สมบูรณ์ ก็สามารถขออนุมัติ

ประเมินภาษีต่ออธิบดีกรมสรรพากรได้ ตามมาตรา 88/6 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และสำหรับ

รายที่ยังไม่ได้ประเมินภาษีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 2 ปี ไปแล้ว ไม่ว่าจะออกหมายเรียกไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม

ถ้าเป็นกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ก็ให้เจ้าพนักงานเสนอขออนุมัติ

ประเมินภาษีต่ออธิบดีกรมสรรพากรทุกราย

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/พ.06466

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา