ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจัดทำใบกำกับภาษี และใบเพิ่มหนี้ สำหรับกิจการประกันวินาศภัย

ข้อหารือ กค 0811/06989 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2542

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/06989
วันที่
16 กรกฎาคม 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77/1, มาตรา 82/9, มาตรา 86

ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการประกันวินาศภัยซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา

77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป ในการดำเนินธุรกิจการ

ประกันวินาศภัยอาจจะมีการเพิ่มวงเงินประกันจากกรมธรรม์ฉบับเดิม เนื่องจากเพิ่มทุนประกัน เพิ่มวัตถุที่

เอาประกัน หรือเพิ่มอัตราเบี้ยประกัน ดังนี้

(1) บริษัทฯ รับประกันภัยบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 จำนวนเงินเอาประกันตาม

กรมธรรม์ 1,200,000 บาท ต่อมามีความประสงค์เพิ่มวงเงินเอาประกันอีก 500,000 บาท รวมเป็น

1,700,000 บาท

(2) บริษัทฯ รับประกันภัยบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 จำนวนเงินเอาประกันตาม

กรมธรรม์ 1,200,000 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 1,500 บาท ต่อมาใช้บ้านอาศัยเป็นร้านค้า จึงต้องเสีย

เบี้ยประกันภัยในอัตราเพิ่ม (%) หมายความว่า จำนวนเงินเอาประกันเท่าเดิม คือ 1,200,000 บาท

แต่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 บาท

(3) จากกรณีตาม (2) นอกจากใช้บ้านเป็นร้านค้าแล้ว ผู้เอาประกันเพิ่มวัตถุที่เอาประกัน

ด้วย คือ เพิ่มประกันภัยสต็อกสินค้าผ้า วงเงิน 500,000 บาท รวมกับวงเงินตามกรมธรรม์เดิมอีก

1,200,000 บาท เป็น 1,700,000 บาท

กรณีตาม (1) - (3) ผู้ประกอบการจัดทำเอกสาร "ใบสลักหลัง" อีก 1 ฉบับ ให้แก่

ผู้เอาประกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

(ก) ใบสลักหลังเลขที่... และกรมธรรม์เลขที่...

(ข) ชื่อ ที่อยู่ ผู้เอาประกัน

(ค) วันที่ที่ทำใบสลักหลัง วันเริ่มคุ้มครองตามวงเงินประกันใหม่ และระยะเวลาสิ้นสุด

(ง) จำนวนเงินเอาประกันตามกรมธรรม์ฉบับสลักหลัง

(จ) จำนวนที่เพิ่มขึ้น/ลดลง (ส่วนต่าง)

(ฉ) รายละเอียดเกี่ยวกับเบี้ยประกัน ได้แก่ อัตรา% (ปกติ) อัตราเพิ่ม % จำนวนเงินที่

เพิ่ม/คืน เบี้ยประกันภัยสุทธิ และอากรแสตมป์

(ช) เลขรหัสประเภทประกันภัย เช่น ประกันภัยตนเอง บุคคลที่สาม เป็นต้น

บริษัทฯ ขอทราบว่า จะต้องจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบเพิ่มหนี้ หรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีเพิ่มวงเงินประกันตาม (1) เป็นกรณีคุ้มครองทรัพย์สินเดิมซึ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น

ทำให้ผู้รับประกันมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามวงเงินประกันใหม่ และกรณีเพิ่มวัตถุที่เอาประกันตาม (3)

เป็นกรณีคุ้มครองทรัพย์สินใหม่เพิ่มขึ้นจากทรัพย์สินเดิม ทำให้ผู้รับประกันมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นตาม

วงเงินประกันของทรัพย์สินใหม่นั้น แต่ทั้งสองกรณีต้องรับผิดชอบตั้งแต่วันเริ่มคุ้มครองตามวงเงินประกัน

ใหม่เป็นต้นไป กรณีตามข้อเท็จจริง เข้าลักษณะเป็นการให้บริการใหม่ตามมาตรา 77/1 (10) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เอาประกันตามมาตรา 86 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณีเพิ่มเบี้ยประกันตาม (2) เป็นกรณีคุ้มครองทรัพย์สินเดิม วงเงินประกันเดิม ความ

รับผิดชอบเท่าเดิม แต่เพิ่มอัตราเบี้ยประกัน ผู้เอาประกันต้องรับภาระค่าเบี้ยประกันมากขึ้น กรณีตาม

ข้อเท็จจริง จึงไม่ใช่การให้บริการใหม่ แต่เป็นบริการเดิมซึ่งมีการเพิ่มราคาค่าบริการ ผู้ประกอบการ

ต้องจัดทำใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/06989

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา