ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเสียภาษีเงินได้เกินกำหนดเวลาของสมาคม

ข้อหารือ กค 0811/08328 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2542

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/08328
วันที่
16 สิงหาคม 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 27 ตรี (1), มาตรา 65 ทวิ (13), มาตรา 68, มาตรา35

ข้อหารือ

สมาคม ก. ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 เพื่อให้การ

ช่วยเหลือสงเคราะห์แก่สมาชิกเมื่อถึงแก่ความตายด้วยการเก็บเงินบริจาคช่วยเหลือศพละ 20 บาท

สมาคมฯ มีรายได้จากเงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิก เงินค่าลงทะเบียน เงินสงเคราะห์ และ

ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ซึ่งสมาคมฯ มีความเห็นว่า เงินค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิก เงินค่าลงทะเบียน

เงินสงเคราะห์ เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากเป็นรายได้ที่ต้องนำมา

เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และเนื่องจากสมาคมฯ ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเสีย

ภาษีว่าจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของสมาคม (ภ.ง.ด.55) ภายใน 150 วันนับแต่วัน

สุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี จึงมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภายในกำหนดเวลาเป็นเหตุให้สมาคมฯ ต้อง

เสียค่าปรับจากการยื่นแบบเกินกำหนด จึงขอทราบว่าความเข้าใจของสมาคมฯ เกี่ยวกับการเสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลของสมาคมฯ ถูกต้องหรือไม่ และขอให้กรมสรรพากรพิจารณายกเว้นเงินค่าปรับและ

ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินค่าบำรุงและค่าลงทะเบียนที่ได้เสียไปแล้วให้แก่สมาคมฯ ด้วยนั้น

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีเงินค่าสมัครสมาชิก เงินค่าบำรุงสมาคม เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าที่ มาคมฯ ได้รับ

จากสมาชิก ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้ ตามมาตรา 65 ทวิ (13) แห่ง

ประมวลรัษฎากร หากสมาคมฯ ได้นำรายได้ดังกล่าวมายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ไว้แล้ว (ยื่นรายการเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด) กรณีถือเป็นการยื่นเสียภาษีโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย

สมาคมฯ มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีดังกล่าวได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ ตามมาตรา 27

ตรี (1) แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เป็นเงินได้ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

สมาคมฯ จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ ตามข้อ

(2) (จ)แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ภาษีเงินได้

3. จากข้อ 2 สมาคมฯ มีหน้าที่ต้องนำรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมายื่นแบบแสดง

รายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ใช้แบบ ภ.ง.ด.55) ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบ

ระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 68 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า สมาคมฯ มิได้ยื่น

รายการและชำระภาษีเงินได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว และเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินยังมิได้

ออกหมายเรียกตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อสมาคมฯ ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าว

สมาคมฯ ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตามมาตรา

27 แห่งประมวลรัษฎากร และต้องรับผิดอาญาระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่ง

ประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับแต่อย่างใด ทั้งนี้ ไม่อาจพิจารณายกเว้นเงินเพิ่ม และค่าปรับ

ทางอาญาให้เป็นการเฉพาะรายได้แต่อย่างใด

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/08328

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา