ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณียื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) ระบุว่าเลิกประกอบกิจการ แต่ยังคงมีการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไป

ข้อหารือ กค 0811/1522 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/1522
วันที่
29 กุมภาพันธ์ 2543
ข้อกฎหมาย
มาตรา 85/15, มาตรา 86

ข้อหารือ

บริษัท ก. จำกัด ประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง ต่อมาได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่ง

มีมติพิเศษให้เลิกประกอบกิจการ แต่บริษัทฯ ยังมีผู้เช่าซึ่งต้องชำระค่าเช่าตามสัญญาที่ได้กระทำไว้ก่อน

การเลิกประกอบกิจการ บริษัทฯ จึงหารือว่า

1. กรณีบริษัทฯ ยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) ระบุว่า

เลิกประกอบกิจการ และคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ที่ได้

จดทะเบียนไว้แล้ว บริษัทฯ ยังคงสามารถออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่าที่ได้ทำสัญญาเช่าแบบลิสซิ่งก่อนการ

เลิกประกอบกิจการ ได้หรือไม่

2. หากบริษัทฯ ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่า บริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่เสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่และมีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้เช่าหรือไม่

3. กรณีบริษัทฯ ขายทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าเมื่อผู้เช่าได้ผ่อนชำระค่าเช่าครบถ้วนแล้วตาม

สัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง บริษัทฯ ต้องดำเนินการอย่างไร

4. กรณีสัญญากำหนดว่า บริษัทฯ ต้องจ่ายคืนเงินมัดจำให้แก่ผู้เช่าเมื่อผู้เช่าได้ชำระค่าเช่า

ครบถ้วนแล้วบริษัทฯ ต้องดำเนินการอย่างไร

5. กรณีบริษัทฯ ให้บริการพิเศษแก่ผู้เช่า ได้แก่ ดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์หรือต่อ

ภาษีรถยนต์ บริษัทฯยังคงเรียกเก็บค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหรือไม่ และกรณีบริษัทฯ มีหน้าที่ต้อง

ดำเนินการต่อทะเบียนรถยนต์หรือต่อภาษีรถยนต์ให้แก่ผู้เช่า ตามที่ระบุในสัญญาก่อนการเลิก

ประกอบกิจการ บริษัทฯ ต้องออกใบรับเงินหรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีบริษัทฯ เลิกประกอบกิจการ บริษัทฯ ต้องแจ้งการเลิกกิจการตามแบบแจ้งการ

เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) และคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ณ

สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ภายในสิบห้าวันนับจากวันเลิกกิจการ ตามมาตรา

85/15 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทฯ ได้แจ้งเลิกบริษัทจำกัดต่อกระทรวงพาณิชย์และยื่นแบบ ภ.พ.09

ระบุว่าเลิกประกอบกิจการเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2543 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ ยังไม่ได้

ยกเลิกสัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งกับผู้เช่าซึ่งยังคงเหลืออีกเป็นจำนวนมาก และบริษัทฯ ไม่ได้โอนขาย

บัญชีลูกหนี้ให้แก่บุคคลอื่น โดยเรียกเก็บค่าเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งต่อไปกรณีดังกล่าว ถือว่าบริษัทฯ ยังคง

ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ได้เลิก

ประกอบกิจการจริง ดังนั้น จึงไม่สามารถแจ้งเลิกประกอบกิจการตามมาตรา 85/15 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณีบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.09 ระบุว่าเลิกประกอบกิจการ จึงไม่ถูกต้องถือเสมือนหนึ่ง

ว่าไม่มีการยื่นแบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งเลิกประกอบกิจการ บริษัทฯ ยังคงต้องรับผิดในฐานะเป็น

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไปอีกจนกว่าจะมีการเลิกประกอบกิจการจริง กล่าวคือ ไม่มีการขายสินค้า

หรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่อไป จึงจะสามารถยื่นแบบ ภ.พ.09 เพื่อแจ้งเลิก

ประกอบกิจการได้ ดังนั้น ในขณะนี้ บริษัทฯต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ มีหน้าที่

จัดทำใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ตามมาตรา 83 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นต้น

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/1522

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา