ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการให้ชำระหนี้โดยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยหรือลดดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้

ข้อหารือ กค 0811/3638 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2543

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/3638
วันที่
8 พฤษภาคม 2543
ข้อกฎหมาย
มาตรา 91/16(6)

ข้อหารือ

เพื่อให้การรวบรวมทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่งเป็น

ไปอย่างรวดเร็ว ปรส. จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การผ่อนผันชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีให้แก่ลูกหนี้ ตามประกาศ

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์การขอชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีโดยผ่อนผันการ

คิดดอกเบี้ย เพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงินมาชำระหนี้เร็วขึ้น ปรส. จึงขอทราบ

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะของสถาบันการเงินดังกล่าว กรณีที่ลูกหนี้มีการชำระหนี้

ตามหลักเกณฑ์การผ่อนผันการชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีว่าจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ หากจะต้องเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะขอให้งดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่ง

เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 ซึ่งมีกรณีต่าง ๆ ดังนี้

1. กรณีสถาบันการเงินฯ ผ่อนผันให้ลูกหนี้ที่ดีไม่มีดอกเบี้ยค้างชำระ ให้ผ่อนชำระหนี้เฉพาะ

เงินต้นเป็นรายเดือนหรือรายงวดภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระหว่างการผ่อนชำระ เมื่อ

สถาบันการเงินฯ ได้รับชำระหนี้ในแต่ละเดือนหรือแต่ละงวดจะต้องนำเงินที่ได้รับชำระมาคำนวณเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ คำนวณอย่างไร

2. กรณีสถาบันการเงินฯ ผ่อนผันให้ลูกหนี้ชำระหนี้เฉพาะเงินต้นโดยยกเว้นดอกเบี้ย

ค้างชำระเดิมทั้งหมด และให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนหรือรายงวดภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่คิด

ดอกเบี้ยในระหว่างการผ่อนชำระ เมื่อสถาบันการเงินฯ ได้รับชำระหนี้ในแต่ละเดือนหรือแต่ละงวดจะ

ต้องนำเงินที่ได้รับชำระมาคำนวณเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ คำนวณอย่างไร ซึ่งดอกเบี้ยค้างชำระเดิม

ได้มีการนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะตามเกณฑ์สิทธิแล้วประมาณ 6 เดือนส่วนที่เหลือเสียภาษีธุรกิจเฉพาะโดย

ใช้เกณฑ์เงินสดตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.75/2541 ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2541

3. กรณีสถาบันการเงินฯ ผ่อนผันให้ลูกหนี้ชำระหนี้เฉพาะเงินต้นโดยยกเว้นดอกเบี้ย

ค้างชำระเดิมให้บางส่วน และให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนหรือรายงวดภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่

คิดดอกเบี้ยในระหว่างการผ่อนชำระ เมื่อสถาบันการเงินฯ ได้รับชำระหนี้ในแต่ละเดือนหรือแต่ละงวด

จะต้องนำเงินที่ได้รับชำระมาคำนวณเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ คำนวณอย่างไร ซึ่งดอกเบี้ยค้างชำระ

เดิมได้มีการนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วประมาณ 6 เดือน ส่วนที่เหลือเสียภาษีธุรกิจเฉพาะโดยใช้เกณฑ์

เงินสดตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.75/2541 ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2541

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

สถาบันการเงินฯ ต้องคำนวณดอกเบี้ยตามเกณฑ์ปกติเพื่อนำมารวมคำนวณเพื่อเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 91/16(6) แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีที่สถาบันการเงินฯ ไม่ได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับดอกเบี้ยดังกล่าว มีความรับผิด

ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากเป็นการกระทำ

โดยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากร จึงงดเบี้ยปรับให้ตามข้อ 13 แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่

ท.ป.81/2542 ฯ ลงวันที่ 9 กรกฎาคมพ.ศ. 2542 และขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ

ชำระภาษีตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้สถาบันการเงินฯ ยื่นแบบแสดงรายการ

ภาษีธุรกิจเฉพาะและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2543 โดยให้ลดเงินเพิ่ม

ลงคงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/3638

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา