อากรแสตมป์ กรณีการขอคืนอากรแสตมป์

ข้อหารือ กค 0706/1345 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0706/1345
วันที่
10 กุมภาพันธ์ 2547
ข้อกฎหมาย
มาตรา 122

ข้อหารือ

หารือการขอคืนอากรแสตมป์ของธนาคาร ก. กรณีธนาคารฯ ได้ชำระอากรแสตมป์ไว้จำนวน

1,500 บาท เงินเพิ่ม 9,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,500 บาท แต่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อ

วันที่ 8 กรกฎาคม 2539 ให้ธนาคารฯ ชำระอากร 500 บาท เงินเพิ่ม 3,000 บาท รวมเป็นเงิน

3,500 บาท ธนาคารฯ ได้ยื่นแบบ ค.10 ขอคืนอากรแสตมป์ที่ชำระไว้เกินจำนวน 7,000 บาท เมื่อ

วันที่ 13 มิถุนายน 2544 สำนักงานสรรพากรจังหวัดฯ เห็นว่า ธนาคารฯ ไม่ได้ยื่นคำร้องขอคืน

อากรแสตมป์ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ตามมาตรา 27 ตรี (2) แห่งประมวลรัษฎากร

จึงไม่ต้องคืนเงินอากรให้ธนาคารฯ และหารือว่า ความเห็นของจังหวัดฯ ถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

กรณีตามข้อเท็จจริง ธนาคารฯ ได้ชำระอากรแสตมป์ จำนวน 1,500 บาท เงินเพิ่ม 9,000

บาท รวมเป็นเงิน 10,500 บาท แต่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ธนาคารฯ ชำระอากรเพียง 500

บาท เงินเพิ่ม 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,500 บาท ดังนั้น ธนาคารฯ ซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระ

อากรแสตมป์ได้เสียอากรแสตมป์เกินไปกว่าที่ควรเสีย ธนาคารฯ จึงมีสิทธิขอคืนค่าอากรแสตมป์ที่ได้ชำระ

ไปแล้ว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 6 เดือน นับแต่วันเสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรตามมาตรา 122 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0706/1345

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา