ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีใบกำกับภาษี

ข้อหารือ กค 0706/พ./523 ลงวันที่ 17 มกราคม 2546

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0706/พ./523
วันที่
17 มกราคม 2546
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77(4), มาตรา 82/5(5), มาตรา 89(6), ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ

ข้อหารือ

บริษัท ช. ได้นำเข้าสินค้า (Rubber Compound SZT 5001F) และได้โอนสินค้านี้ให้กับ

บริษัท ต. เป็นผู้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อกรมศุลกากรเพื่อกระทำพิธีการนำเข้าสินค้าและ

ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ซึ่งบริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่โอนมารวมคำนวณเป็น

มูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.101/2543 ฯ

ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 แต่เนื่องจากการนำเข้าครั้งนี้ บริษัทฯ ได้สำรองจ่ายค่าอากร

ขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมศุลกากรแทนบริษัท ต. โดยบริษัทฯ จะนำใบเสร็จรับเงินที่ออกเป็นชื่อ

บริษัท ต. ไปเรียกเก็บเงินจากบริษัท ต. ในภายหลัง ซึ่งตามปกติบริษัทฯ จะต้องออกใบรับตามมาตรา

105 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ในครั้งนี้บริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัท

ต. และบริษัท ต. ได้นำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยมิได้นำภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรไปหักในการคำนวณ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ หารือว่า ถ้าบริษัท ต. ต้องการนำใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรไปหักใน

การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติมสำหรับยอดขายที่แจ้งไว้เกิน และ

บริษัท ต. จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติมสำหรับยอดซื้อที่แจ้งไว้เกินหลังจากที่ยื่นเพิ่มเติมแล้ว บริษัท

ต. สามารถนำใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรไปหักในการคำนวณภาษีได้ตามปกติได้หรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่ขายมารวมคำนวณเป็นมูลค่า

ของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(9) ของ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 80)ฯ ลงวันที่ 1

ตุลาคม พ.ศ. 2541 บริษัทฯ จึงไม่ต้องออกใบกำกับภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัท ต. เมื่อ

ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่บริษัทฯ มีหน้าที่

ต้องออกใบรับตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร หรือใบส่งของตามมาตรา 105 จัตวา แห่ง

ประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี

กรณีบริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัท ต. จึงเป็นการ

ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออกตามมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องรับผิดเสีย

เบี้ยปรับสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีตามมาตรา 89(6) แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัท

ต. ไม่มีสิทธินำไปถือเป็นภาษีซื้อ ต้องห้ามตามมาตรา 82/5(5) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัท ต.

จึงต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมปรับปรุงยอดซื้อที่แจ้งไว้เกินพร้อมทั้งเสียเบี้ยปรับตาม

มาตรา 89(3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

และบริษัทฯ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมปรับปรุงยอดขายที่แจ้งไว้เกิน และเนื่องจาก

บริษัทฯ และบริษัท ต. ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี จึงให้งดเบี้ยปรับตามมาตรา 89(3) (4) และ (6)

แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทฯ และบริษัท ต. ตามข้อ 2 และข้อ 11 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ท.ป.81/2542 ฯ ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542

สำหรับกรณีภาษีซื้อตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรนั้น บริษัท ต. มีสิทธินำไปถือเป็น

ภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0706/พ./523

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา