ภาษีธุรกิจเฉพาะ การรับชำระหนี้ของสถาบันการเงิน

ข้อหารือ กค 0811/ก.804 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2545

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/ก.804
วันที่
26 กรกฎาคม 2545
ข้อกฎหมาย
มาตรา 91/5, มาตรา 91/8 วรรคสอง

ข้อหารือ

กรณีการรับชำระหนี้ของสถาบันการเงินซึ่งไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ได้หรือลูกหนี้ไม่ให้

ความร่วมมือเจรจาการปรับโครงสร้างหนี้ และได้มีการดำเนินการจนได้รับชำระหนี้แต่ไม่ครบจำนวนหนี้ที่

ลูกหนี้มีอยู่กับสถาบันการเงิน ซึ่งตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรต้องนำเงินที่ได้ไปชำระดอกเบี้ยก่อน

ทำให้สถาบันการเงินต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3.3 สำหรับเงินที่เรียกเก็บได้ ทั้งๆ ที่

สถาบันการเงินได้รับชำระหนี้มาไม่ครบต้นเงินและยังมีผลการดำเนินการขาดทุนอยู่ ธนาคารจึงขอทราบ

ว่า

1. การได้รับชำระหนี้ของสถาบันการเงินดังกล่าวให้ถือว่าจำนวนเงินที่ได้รับเป็นการรับ

ชำระเงินต้นก่อนดอกเบี้ย ได้หรือไม่

2. กรณีที่เจ้าหนี้เป็นสถาบันการเงินสามารถรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้เพียง 3 เดือนนับ

จากเริ่มค้างชำระดอกเบี้ย หากกรมสรรพากรจะให้นำเงินที่ได้รับชำระหนี้มาเฉลี่ยตามสัดส่วนต้นเงินและ

ดอกเบี้ย ธนาคารขอให้ใช้ตัวเลขตามบัญชีที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานในการคำนวณ ได้หรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

กรณีสถาบันการเงินใช้เกณฑ์เงินสดในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ รายรับที่ต้องเสีย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ ค่าดอกเบี้ยที่ได้รับชำระจริงในแต่ละเดือนภาษี ทั้งนี้ตามมาตรา 91/5 และ

มาตรา 91/8 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อสถาบันการเงินได้รับชำระหนี้ค้างบางส่วนซึ่ง

เป็นทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยรวมกัน สถาบันการเงินมีสิทธินำเงินที่ได้รับชำระมาเฉลี่ยตามสัดส่วนระหว่าง

จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยของลูกหนี้นั้น แล้วนำดอกเบี้ยที่เฉลี่ยได้ดังกล่าวมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใน

เดือนภาษีที่ได้รับชำระเงิน โดยดอกเบี้ยคงค้างที่จะนำมาเฉลี่ยเพื่อคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องนำ

ดอกเบี้ยในส่วนที่หยุดรับรู้รายได้จนถึงวันที่ได้รับชำระเงินมารวมคำนวณด้วย

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/ก.804

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา