ภาษีมูลค่าเพิ่ม อายุความการประเมินภาษี

ข้อหารือ กค 0811/พ./11893 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2544

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/พ./11893
วันที่
25 ธันวาคม 2544
ข้อกฎหมาย
มาตรา 88/6(1)(ค)

ข้อหารือ

สำนักงานสรรพากรภาคได้มีหนังสือหารือกรมสรรพากร กรณีสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้

ตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มราย บริษัท บี. จำกัด ซึ่งขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด สำหรับเดือนตุลาคม

2538 - เดือนกรกฎาคม 2540, เดือนพฤศจิกายน 2540, เดือนกุมภาพันธ์ 2541, เดือนเมษายน

2541 - เดือนเมษายน 2542 และเดือนมิถุนายน 2542 รวม 38 เดือน เป็นเงินจำนวน

5,386,139.62 บาท แต่กรมศุลกากรแจ้งว่าบริษัทฯ ไม่มีการส่งออกสินค้าตามที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้า

และมีเจตนาขอคืนเงินชดเชยภาษีอากรจากกรมศุลกากรโดยทุจริต ผลการตรวจสอบปรากฏว่า บริษัทฯ

ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) โดยแสดงยอดขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0

แสดงยอดซื้อและภาษีซื้อที่มีสิทธิขอคืน เช่น การยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีมกราคม 2539 บริษัทฯ ได้

แสดงยอดขายจำนวน 2,110,875.00 บาท ยอดขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 จำนวน

2,110,875.00 บาท ยอดซื้อจำนวน 779,565.47 บาท และภาษีซื้อจำนวน 54,567.23 บาท

สพท. มีความเห็นว่า เนื่องจากยอดขายที่แสดงไว้เป็นรายการเท็จ บริษัทฯ มิได้รับหรือพึงได้

รับตามรายการที่แสดงไว้ ถือว่าบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยแสดงฐานภาษีไว้จำนวน 0.00 บาท แต่

จากการคำนวณยอดขายในประเทศมีจำนวน 930,731.25 บาท จึงเป็นการแสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่

บริษัทฯ ได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของฐานภาษีที่แสดงในแบบแสดงรายการ ซึ่ง

สพท. สามารถประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มได้ภายในกำหนดเวลาสิบปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่น

แบบแสดงรายการภาษีตามมาตรา 88/6(1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร สภ. มีความเห็นว่า แม้ว่าบริษัทฯ

ไม่ได้มีการส่งออกสินค้าจริงตามที่แสดงในใบ ขนสินค้า แต่ยอดขายที่บริษัทฯ แสดงในแบบ ภ.พ.30 ว่า

เป็นยอดขายที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ไม่อาจถือว่าเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดย

แสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่ ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ

ฐานภาษีที่แสดงในแบบแสดงรายการภาษี ตามมาตรา 88/6(1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น

เจ้าพนักงานประเมินจึงต้องประเมินภาษีภายในสองปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่น

แบบแสดงรายการภาษี ตามมาตรา 88/6(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร จึงหารือว่า ความเห็นของ

สภ.3 ถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีตัวอย่างการยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีมกราคม 2539 ที่ส่งไปประกอบการพิจารณา

ซึ่งบริษัทฯ แสดงยอดขายส่งออกจำนวน 2,110,875.00 บาท แต่กรมศุลกากรแจ้งว่า บริษัทฯ ไม่มีการ

ส่งออกสินค้าตามที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้า ถือว่าบริษัทฯ มิได้ส่งออกสินค้า ตามมาตรา 77/1(14) แห่ง

ประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่มีรายรับจากการส่งออก หากบริษัทฯ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการขาย

สินค้าตามมูลค่าดังกล่าวภายในประเทศ ถือว่าบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 โดยไม่มีรายรับ และเมื่อ

เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ว่าในเดือนภาษีมกราคม 2539 บริษัทฯ ขายสินค้าในประเทศได้จำนวน

930,731.25 บาท จึงเป็นกรณีบริษัทฯ ยื่นแบบแสดง รายการภาษีโดยแสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่

ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของฐานภาษีที่แสดงใน

แบบแสดงรายการภาษี ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่

วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ตามมาตรา 88/6(1)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร

2. อย่างไรก็ดี กรณีที่บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 แสดงยอดขายส่งออกซึ่งบริษัทฯ ได้รับสิทธิ

เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่

เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า บริษัทฯ มิได้ส่งออก แต่ได้มีการจำหน่ายจ่ายโอนสินค้าไปจริง ซึ่งถือ

เป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตาม

มาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าว ถือว่าบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 แสดงฐานภาษีซึ่งเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ว่าไม่มีรายรับ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า ยอดขายส่งออก

ตามแบบ ภ.พ.30 เป็นยอดขายสินค้าในประเทศจึงเป็นผลทำให้บริษัทฯ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดย

แสดงฐานภาษีต่ำกว่ามูลค่าที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับเป็นจำนวนเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ

ฐานภาษีที่แสดงในแบบแสดงรายการภาษี ดังนั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีภายใน

กำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ตามมาตรา 88/6(1)(ค)

แห่งประมวลรัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/พ./11893

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา