ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบกำกับภาษี

ข้อหารือ กค 0811/10349 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/10349
วันที่
1 พฤศจิกายน 2544
ข้อกฎหมาย
มาตรา 77/1(10), มาตรา 77/2, มาตรา 77/1(20), มาตรา 85/7,มาตรา 86/8, มาตรา 86/6, มาตรา 86/4, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2534 ฯ

ข้อหารือ

การทางพิเศษแห่งประเทศไทยหารือกรมสรรพากรกรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการ

ออกใบกำกับภาษีว่า ได้ดำเนินการถูกต้องตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ ซึ่งมีข้อเท็จจริงดังนี้

1. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ 290 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างทางพิเศษเพื่อเป็น

เส้นทางคมนาคม รวม 5 เส้นทาง ดังนี้

1.1 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 1) กทพ.ลงทุนเอง

1.2 ทางพิเศษศรีรัช (โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2) กทพ. ร่วมลงทุนกับเอกชนคือ

บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (มหาชน) จำกัด

1.3 ทางพิเศษฉลองรัช (สายรามอินทรา-อาจณรงค์) กทพ. ลงทุนเอง

1.4 ทางพิเศษบูรพาวิถี (สายบางนา-ชลบุรี) กทพ. ลงทุนเอง

1.5 ทางพิเศษอุดรรัถยา (สายบางปะอิน-ปากเกร็ด) กทพ. ร่วมลงทุนกับบริษัททางด่วน

กรุงเทพเหนือ จำกัด

2. กรณีร่วมลงทุนกับเอกชน กทพ. จะเป็นผู้ดำเนินกิจการทางด่วน และได้ มอบหมายให้ผู้

ร่วมลงทุนเป็นผู้ลงทุนในสิ่งปลูกสร้าง และมีหน้าที่บริหารงานบนทางด่วน บำรุงรักษาระบบทางด่วน

รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจราจร การกู้ภัยบนทางด่วน ค่าวิศวกรที่ปรึกษา เงินเดือนและ

ค่าแรงพนักงานที่ปฏิบัติงานบนทางด่วนทั้งหมด กทพ. และผู้ร่วมลงทุนตกลงแบ่งส่วนรายได้เป็นร้อยละของ

ค่าบริการผ่านทางที่ กทพ. เก็บได้ในแต่ละวัน

3. กทพ. ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สำนักงานสรรพากรเขตจตุจักรระบุว่ามี

สถานประกอบการเพียงแห่งเดียวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา และยื่นแบบแสดงรายการ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานประกอบการที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เพียงแห่งเดียว

4. การเรียกเก็บค่าผ่านทางและการจัดทำใบกำกับภาษี

4.1 เรียกเก็บค่าผ่านทางจากผู้ใช้บริการทางด่วนที่ตู้เก็บเงิน ซึ่ง กทพ.มิได้

ออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 7)ฯ ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2534

อย่างไรก็ดี หากผู้ใช้บริการเรียกร้องใบกำกับภาษี กทพ. จะรวบรวมใบรับค่าผ่านทางสำหรับผู้ที่ร้องขอ

ใบกำกับภาษี และให้ไปยื่นขอรับใบกำกับภาษี ณ อาคารสำนักงานใหญ่

4.2 จำหน่ายคูปองที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง เมื่อผู้ใช้บริการซื้อคูปองจากด่านเก็บค่าผ่านทาง

และต้องการใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ด่านเก็บค่าผ่านทางจะกรอกชื่อ ที่อยู่

จำนวนคูปองที่ซื้อ และจำนวนเงิน ลงในแบบฟอร์มการขอใบกำกับภาษี และนัดวันให้ผู้ใช้บริการมารับ

ใบกำกับภาษี สำหรับยอดเงินค่าขายคูปองที่ผู้ใช้บริการมิได้ขอใบกำกับภาษี กทพ. จะออกใบกำกับภาษี

หนึ่งฉบับว่าเป็นของผู้ใช้บริการ เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ก็จะรวบรวมเงินที่ขายคูปองเก็บไว้ในตู้เซฟ และพิมพ์

รายงานการขายคูปองเพื่อตรวจสอบกับแบบฟอร์มการขอใบกำกับภาษีที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง รวมทั้ง

ใบกำกับภาษีที่ออกว่าเป็นของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ข้อมูลตรงกัน นอกจากนี้ ได้รวบรวมแบบฟอร์มการขอ

ใบกำกับภาษีเพื่อส่งให้สำนักงานใหญ่ สำนักงานใหญ่ก็จะพิมพ์ใบกำกับภาษีตามข้อมูลที่ได้รับและส่งให้แก่

ด่านเก็บค่าผ่านทางที่ขอใบกำกับภาษี

4.3 จำหน่ายบัตรทางด่วน (TAG)

(1) กรณีจำหน่ายที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานใหญ่จะออกใบกำกับภาษีให้แก่

ผู้ใช้บริการทันที และจัดพิมพ์รายงานการรับเงินทุกสิ้นวัน

(2) กรณีจำหน่ายที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง ด่านเก็บค่าผ่านทางจะให้ผู้ใช้บริการกรอก

แบบฟอร์มการขอใบกำกับภาษี และส่งให้สำนักงานใหญ่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี ซึ่งจะส่งให้แก่ผู้ใช้บริการ

ทางไปรษณีย์ ด่านเก็บค่าผ่านทางจะสรุปรายการรับเงินในแต่ละวัน

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณี กทพ. ลงทุนในโครงการระบบทางด่วนเอง 3 เส้นทางหรือร่วมลงทุนกับเอกชน 2

เส้นทาง ถือว่า กทพ. เป็นผู้ดำเนินกิจการทางด่วน โดยให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทางด่วนค่าผ่านทาง

ทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการจ่ายให้ที่ตู้เก็บเงิน เป็นค่าบริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร กทพ.

จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง กทพ. มี

สถานประกอบการตั้งอยู่ในท้องที่เขตจตุจักรและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่

5 แล้ว ด่านเก็บค่าผ่านทางแต่ละด่านเป็นสถานที่สำหรับให้ผู้ใช้บริการผ่านเข้าไปเพื่อใช้บริการทางพิเศษ

ของ กทพ. ดังนั้น ด่านแต่ละด่านจึงไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1(20) แห่ง

ประมวลรัษฎากร กทพ. ไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/7

แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณี กทพ. ได้เรียกเก็บค่าผ่านทางจากผู้ใช้บริการทางด่วนที่ตู้เก็บเงินเป็น เงินสด กทพ.

ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ใช้บริการที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 500 บาทเว้นแต่ผู้รับบริการ

จะเรียกร้องใบกำกับภาษี ทั้งนี้ ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 7) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขของ

การประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย และการออกใบกำกับภาษีของผู้ประกอบการ

จดทะเบียนตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2534 หากผู้ใช้บริการ

เรียกร้องใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กพท. สามารถรวบรวมใบรับค่าผ่านทาง

สำหรับผู้ที่ร้องขอใบกำกับภาษีแต่ละด่านและไปยื่นขอรับใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ได้

3. กรณี กทพ. จำหน่ายคูปองค่าผ่านทางที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง หรือจำหน่ายบัตรทางด่วน

(TAG) ที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง หากมูลค่าครั้งหนึ่งตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป กทพ. มีหน้าที่ต้อง

ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้ใช้บริการ และหาก

ผู้ใช้บริการต้องการใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กทพ. สามารถรวบรวมใบกับ

ภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับผู้ใช้บริการที่ร้องขอใบกำกับภาษี แต่ละด่าน

เพื่อขอรับใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ณ สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่

ได้

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/10349

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา