ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการประเมินและการส่งหนังสือแจ้งการประเมิน

ข้อหารือ กค 0811/4726 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2544

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0811/4726
วันที่
17 พฤษภาคม 2544
ข้อกฎหมาย
มาตรา 8, มาตรา 91/15(1)

ข้อหารือ

1. สำนักงานสรรพากรจังหวัดได้ประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ราย นาย ก. ตามหนังสือ

แจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะเลขที่ 100 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 โดยเจ้าพนักงานได้ประเมิน

และนำส่งหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวด้วยตนเองเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2541 ณ จังหวัดยโสธร ซึ่ง

เป็นภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรของนาย ก. โดยนาง ข. ภริยาของนาย ก. เป็นผู้รับหนังสือ

แจ้งการประเมิน ต่อมาจึงได้ทราบว่านาย ก. ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลและถูกคุมขังอยู่

ในเรือนจำจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2540 ได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 30 ธันวาคม 2542 จังหวัดฯ

เห็นว่าขณะที่มีการประเมินภาษีดังกล่าว นาย ก. ยังอยู่ในอำนาจการประเมินของเจ้าพนักงานฯ ใน

ท้องที่จังหวัด การประเมินจึงชอบด้วยกฎหมาย

2. กรณีการนำส่งหนังสือแจ้งการประเมิน ณ จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาตามทะเบียน

ราษฎรของนาย ก. ในขณะนั้น นาย ก. ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลในเรือนจำจังหวัด ตาม

มาตรา 47 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือว่าภูมิลำเนาของผู้ถูกจำคุกตาม คำพิพากษาถึงที่สุด

ของศาลได้แก่เรือนจำหรือทัณฑสถานที่ถูกจำคุกจนกว่าได้รับการปล่อยตัว บ้านเลขที่ดังกล่าวจึงมิใช่

ภูมิลำเนาของนาย ก. การส่งหนังสือแจ้งการประเมินจึงไม่ชอบตามมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร

ปัจจุบัน นาย ก. ได้พ้นโทษได้รับการปล่อยตัวแล้ว ซึ่งยังมีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรอยู่บ้านเลขที่

ดังกล่าว จังหวัดฯ ส่งสำเนาหนังสือแจ้งการประเมินโดยเจ้าพนักงานฝ่ายที่ประเมินได้รับรองและส่งให้

ผู้ค้างฯ ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร การส่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 8 แห่ง

ประมวลรัษฎากรหรือไม่

3. จังหวัดฯ เห็นว่าการประเมินชอบด้วยกฎหมาย หนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวได้ส่งไป

ยังผู้เสียภาษีแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้ แต่ปัจจุบันนาย ก. ได้พ้นโทษแล้วและยังมีภูมิลำเนาตามทะเบียน

ราษฎร ณ จังหวัดยโสธร เพียงสำเนาหนังสือแจ้งการประเมินที่เจ้าพนักงานฝ่ายประเมินได้รับรองและ

ส่งไปยังผู้ค้างฯ ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนราษฎรน่าจะชอบด้วยมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ราย นาย ก. ตามหนังสือ

แจ้งการประเมินเลขที่ 100 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 สำหรับเดือนภาษีธันวาคม 2539 และ

เดือนภาษีเมษายน 2540 จึงเป็นการประเมินภาษีภายใน 10 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดยื่นแบบแสดงรายการ

ภาษีนั้น ๆ ตามมาตรา 193/31 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบกับเจ้าพนักงานประเมิน

มีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่น

แบบแสดงรายการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 91/15(1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น

การประเมินจึงชอบด้วยกฎหมาย

2 กรณีการส่งหนังสือแจ้งการประเมินให้แก่นาย ก. เนื่องจากมาตรา 8 แห่ง

ประมวลรัษฎากร กำหนดให้ส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร ณ ภูมิลำเนาของผู้เสียภาษีแต่โดยที่ นาย ก.

ซึ่งถูกคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้จำคุกซึ่งตามมาตรา 47 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือว่า

ภูมิลำเนาของผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล ได้แก่ เรือนจำ ดังนั้น เมื่อจังหวัดฯ ส่งหนังสือ

แจ้งการประเมินไปยังภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร จึงไม่ใช่ภูมิลำเนาของนาย ก. และการส่งหนังสือ

แจ้งการประเมินดังกล่าว จึงไม่ชอบตามมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ดี ต่อมานาย ก. ได้พ้นโทษได้รับการปล่อยตัวและปรากฏว่าตามทะเบียนราษฎรใน

บ้านเลขที่ดังกล่าวไม่มีรายการเปลี่ยนแปลงของนาย ก. แต่อย่างใด ดังนั้น ภูมิลำเนาของนาย ก. จึง

เป็นไปตามทะเบียนราษฎรซึ่งหมายถึงบ้านที่จังหวัดยโสธร เมื่อจังหวัดฯ ได้ส่งสำเนาหนังสือ

แจ้งการประเมินที่เจ้าพนักงานประเมินได้รับรองไปยังนาย ก. ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร

อีกครั้งหนึ่งตามมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากไม่สามารถเรียกต้นฉบับเดิมคืนได้ จึงถือได้

ว่าการส่งหนังสือแจ้งการประเมินให้นาย ก. ชอบแล้ว

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0811/4726

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา