ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อหารือ กค 0706(กม.07)/พ./868 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2547

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0706(กม.07)/พ./868
วันที่
13 ตุลาคม 2547
ข้อกฎหมาย
มาตรา 83/4 มาตรา 84 มาตรา 84/1

ข้อหารือ

1. บริษัท ก (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการส่งออก ขายส่งสินค้า จากการตรวจ

ปฏิบัติการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทฯ สำหรับเดือนภาษีสิงหาคม 2542, กันยายน 2542,มีนาคม

2543, กันยายน 2543, มีนาคม 2544, กันยายน 2544 และมีนาคม 2545 รวม 7 เดือนภาษี

(เดือนที่นำส่งภาษีตามแบบ ภ.พ.36) พบว่า บริษัทฯ นำใบเสร็จรับเงินที่เกิดจากการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) มาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนที่บริษัทฯ ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้

ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเดือนก่อนการยื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) จึง

เป็นเหตุให้บริษัทฯ แสดงภาษีซื้อไว้เกินไปในเดือนที่มีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ตั้งแต่ปี 2542 – 2545 รวม

ยอดซื้อที่แจ้งไว้เกินจำนวน 205,623,197.20 บาท ภาษีซื้อ 14,393,623.82 บาท เบี้ยปรับหนึ่งเท่า

14,393,623.82 บาท เงินเพิ่ม 4,837,764.66 บาท รวม 33,625,012.30 บาท บริษัทฯ ได้

ชำระภาษีและเงินเพิ่ม จำนวน 19,259,799.12 บาทแล้ว สำหรับเบี้ยปรับอยู่ระหว่างการพิจารณางด

เบี้ยปรับภาษีอากรของคณะกรรมการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร

2. บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้อง ค.10 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2545 เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม

เดือนที่ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรรวม 7 เดือน รวมเป็นเงินที่ขอคืน จำนวนเงิน

10,721,173.69 บาท (เกิน 3 ปี 1 ฉบับ จำนวนเงิน 3,672,450.13 บาท)

3. การยื่นคำร้อง ค.10 ของบริษัทฯ ตามข้อ 1.2 ถือเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอคืน

ภาษีมูลค่าเพิ่มตามระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2539 ได้หรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีที่บริษัทฯ นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ตามมาตรา

83/6 แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งดังกล่าวถือเป็นภาษีซื้อตามมาตรา 77/1(18)(ค)

แห่งประมวลรัษฎากร และใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากรออกให้สำหรับการรับชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม

ดังกล่าวถือเป็นใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทมีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าว

มาหักออกจากภาษีขายในเดือนที่มีการนำส่งภาษี

2. บริษัทฯ ได้นำภาษีซื้อตาม 4.1 ไปถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีที่บริษัทฯ ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์

ซึ่งเป็นคนละเดือนภาษีกับเดือนภาษีที่นำส่ง จึงเป็นการไม่ถูกต้อง เป็นผลให้บริษัทฯ แสดงภาษีซื้อไว้เกิน

ไปในเดือนภาษีที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 บริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30

เพิ่มเติมเพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ได้แจ้งไว้เกินไปทั้ง 9 ฉบับ รวมเงินเพิ่ม

จำนวน 19,259,799.12 บาท ตามใบเสร็จเลขที่ 032761-032769 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2545

ส่วนเบี้ยปรับได้รับการพิจารณางดเบี้ยปรับภาษีอากรจากคณะกรรมการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับ

เงินเพิ่มภาษีอากรแล้วตามหนังสือที่ กค 0729/1075 ลงวันที่ 29 มกราคม 2546

3. บริษัทฯ ไม่ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม เพื่อแสดงภาษีซื้อแจ้งไว้ขาดไป ในเดือนภาษีที่มี

การนำส่งภาษี แต่ได้ยื่นแบบ ค.10 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2545 เพื่อขอคืนภาษีซื้อจากการนำส่ง

ภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว ข้าพเจ้าเห็นว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรเป็นภาษีซื้อ

ตามมาตรา 77/1(18)(ค) แห่งประมวลรัษฎากร และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรถือเป็น

ใบกำกับภาษีตามมาตรา 77/1(22) และมาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากบริษัทฯ มิได้

นำภาษีซื้อดังกล่าวมาใช้เป็นภาษีซื้อและหักเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.30

ของเดือนภาษีตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร และบริษัทฯ ประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ

จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติมสำหรับเดือนภาษีตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรตามมาตรา

83/4 แห่งประมวลรัษฎากร และมีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการยื่นแบบเพิ่มเติมนั้น ตามมาตรา

84 แห่งประมวลรัษฎากร ภายในสามปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการสำหรับเดือนภาษีนั้น

ทั้งนี้ ตามมาตรา 84/1 แห่งประมวลรัษฎากร

4. กรณีบริษัทฯ ได้ยื่นคำร้อง ค.10 ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมิได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม

ในเดือนภาษีที่มีการนำส่งภาษีนั้น ไม่ถือว่าบริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม ตามมาตรา 83/4 แห่ง

ประมวลรัษฎากร เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่ง

ประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0706(กม.07)/พ./868

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา