ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสินค้าของบริษัทฯ สูญหาย
ข้อหารือ กค 0706/34060 ลงวันที่ 5 เมษายน 2549
ข้อหารือกรมสรรพากร
- เลขหนังสือ
- กค 0706/34060
- วันที่
- 5 เมษายน 2549
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 65 ตรี มาตรา 77/1 และมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ
บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อมา ขายไป เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2549 สินค้าของบริษัทฯ บางส่วนถูกโจรกรรมไป บริษัทฯ ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ จึงขอทราบว่า
1. กรณีสินค้าของบริษัทฯ สูญหาย เนื่องจากถูกโจรกรรมไปถือเป็นผลเสียหายที่บริษัทฯ มีสิทธินำมูลค่าสินค้าดังกล่าวมาบันทึกเป็นผลเสียหาย ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้หรือไม่
2. สินค้าถูกโจรกรรมไป อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม
3. บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อของสินค้าที่ถูกโจรกรรมไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่
แนววินิจฉัยกรมสรรพากร
1. กรณีสินค้าที่ซื้อมาเพื่อขายสูญหาย เนื่องจากถูกโจรกรรม และบริษัทฯ ได้แจ้งความไว้แล้ว หากสินค้าที่สูญหายดังกล่าวไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใดๆ ย่อมถือเป็นผลเสียหายเนื่องจากการประกอบกิจการ บริษัทฯ มีสิทธินำมูลค่าต้นทุนของสินค้าทั้งจำนวน ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สินค้านั้นได้สูญหายจริง
2. กรณีสินค้าสูญหาย เข้าลักษณะเป็นสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87(3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดของสินค้าที่สูญหายไปดังกล่าวตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3(3) แห่งประมวลรัษฎากร
3. ภาษีซื้ออันเกิดจากสินค้าที่สูญหายเนื่องจากถูกโจรกรรมไปนั้น เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ หากไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากรได้
อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0706/34060
มาตราที่อ้างถึง
ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย
