ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม ที่เกิดขึ้นจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น

ข้อหารือ กค 0702/1683 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2566

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0702/1683
วันที่
28 มีนาคม 2566
ข้อกฎหมาย
มาตรา 65 ทวิ (3) มาตรา 65 ทวิ (10) มาตรา 47 ทวิ

ข้อหารือ

1. บริษัท ก. (บริษัทฯ) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบ กิจการลงทุนในบริษัทย่อย (Holding Company) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัทย่อย จำนวน หลายบริษัท รวมถึงบริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัท ข. เป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด

2. เนื่องจากนโยบายการบัญชีของบริษัทฯ กำหนดให้บริษัทย่อยต้องทำการประเมินมูลค่า ยุติธรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนซึ่งได้แก่ ที่ดิน อาคารเพื่อประกอบกิจการ การค้า และอาคารสำนักงาน โดยอ้างอิงจากราคาตามสภาพตลาดเพื่อให้งบการเงินสะท้อน มูลค่าที่แท้จริงของบริษัทฯ ทั้งนี้ เมื่อบริษัท ข. ปฏิบัติตามนโยบายการบัญชีดังกล่าวตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป กล่าวคือ บริษัท ข. ต้องเปลี่ยนวิธีการรับรู้มูลค่า อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจากเดิมใช้วิธีราคาทุนมาเป็นวิธีมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้กำไร สะสมของบริษัท ข. ลดลง

3. บริษัท ข. ได้ปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนใหม่อีกครั้ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ใช้วิธีประเมินมูลค่าราคายุติธรรมมาใช้ในการตีราคาทรัพย์สิน บริษัท ข. จึงมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัท ข. มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการตีราคาทรัพย์สินดังกล่าว

4. บริษัท ข. จ่ายเงินปันผลจากกำไรและกำไรสะสมที่เกิดขึ้นจากการตีราคาทรัพย์สินให้แก่ บริษัทฯ และบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็น บุคคลธรรมดา

5. บริษัทฯ จึงขอหารือ ดังนี้

5.1 กำไรของบริษัท ข. ที่เกิดจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ไม่ถือเป็นกำไรทางภาษี บริษัท ข. ไม่ต้องนำกำไรดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร ถูกต้องหรือไม่

5.2 การจ่ายเงินปันผลจะต้องเป็นไปตามมาตรา 1201 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ที่บัญญัติว่า “ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่น นอกจาก เงินกำไร...” ดังนั้น หากบริษัท ข. มีเงินกำไรและกำไรสะสม แม้เงินนั้นจะเป็นกำไรทาง บัญชี บริษัท ข. ย่อมมีสิทธิจ่ายเงินปันผลจากกำไรนั้นให้แก่บริษัทฯ ได้ ถูกต้องหรือไม่

5.3 เมื่อบริษัทฯ ได้รับเงินปันผลซึ่งจ่ายจากกำไรและกำไรสะสมที่เกิดจากการตีราคา ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณ กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากบริษัทฯ เป็นบริษัทจดทะเบียนและถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินปันผลนั้นไว้เกินกว่า สามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาถึงวันมีเงินได้ดังกล่าว และไม่ได้โอนหุ้นนั้นไปก่อน สามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้ ถูกต้องหรือไม่

5.4 เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งจ่ายจากกำไรส่วนที่ได้รับเงินปันผลจาก บริษัท ข. อันเกิดจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งได้รับ เงินปันผลดังกล่าวจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีตาม 5.1 บริษัท ข. ตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีกำไร จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ เข้าลักษณะเป็นการตีราคาทรัพย์สิน ตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัท ข. ห้ามนำราคาที่ตีราคาเพิ่มขึ้น ดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

2. กรณีตาม 5.2 เนื่องจากประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดนิยามของคำว่า “เงินปันผล” ในการพิจารณากรณีการจ่ายเงินปันผลจึงต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 1200 ถึง มาตรา 1205 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3. กรณีตาม 5.3 บริษัท ข. ได้นำเงินกำไรจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกำไรที่ยัง ไม่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร อันเนื่องมาจาก ต้องห้ามมิให้นำราคาทรัพย์สินที่ตีราคาเพิ่มขึ้นมารวมคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่บริษัทฯ ดังนั้น เงินปันผลดังกล่าวไม่ได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจาก วัตถุประสงค์ของการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร คือ การขจัดหรือบรรเทาปัญหาการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลซ้ำซ้อน เมื่อเงินปันผลที่บริษัทฯ ได้รับ เป็นเงินปันผลที่จ่ายจากเงินกำไรจากการตีราคาทรัพย์สิน เพิ่มขึ้น อันเป็นส่วนที่บริษัท ข. ยังไม่ได้นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคล บริษัทฯ จึงต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

4. กรณีตาม 5.4 หากบริษัทฯ นำเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัท ข. มารวมคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และต่อมาได้จ่ายเงินปันผล จากกำไรสุทธิที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้วให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา โดยระบุในหนังสือรับรองการหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งออกให้แก่ผู้ถือหุ้น อย่างชัดเจนว่า เงินปันผลที่จ่ายนั้น จำนวนใดมาจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเท่าใด ผู้ถือหุ้นดังกล่าวย่อมมีสิทธิได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวล รัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/1683

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา