ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน
ข้อหารือ กค 0702/2798 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2566
ข้อหารือกรมสรรพากร
- เลขหนังสือ
- กค 0702/2798
- วันที่
- 23 พฤษภาคม 2566
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 48 (5) มาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 2 (ข) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ (แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 303)ฯ)
ข้อหารือ
นาย ก. เป็นพนักงานของบริษัท ข. ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2547 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 บริษัท ข. ได้บอกเลิกสัญญาจ้างนาย.ก ซึ่งมีระยะเวลาทำงานรวม 12 ปี 9 เดือน 29 วัน โดยนาย ก. ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และได้นำไปเลือกเสียภาษีแยกต่างหาก จากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 นาย ก. ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงหารือว่า เงินได้ที่นาย ก. ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปี 2560 นาย ก. สามารถนำไปเลือกเสียภาษีแยกต่างหากจากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ได้หรือไม่
แนววินิจฉัยกรมสรรพากร
นาย ก. ทำงานกับบริษัท ข. เป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี และถูกบอกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 โดยนาย ก. ได้รับเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานจำนวน 2 ครั้ง คือ เงินชดเชย ตามกฎหมายแรงงานจำนวนหนึ่งในปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ และเงินที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกจำนวนหนึ่งในปี 2560 นาย ก. จะเลือกเสียภาษีต่างหากจากเงินได้อื่นได้เฉพาะเงินได้ที่ได้จ่ายในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้เท่านั้น ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (ข) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 ดังนั้น กรณีที่นาย ก. ได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จ่ายในปี 2560 ซึ่งมิใช่ปีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ซึ่งนายจ้างได้จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน นาย ก. จึงไม่มีสิทธินำเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปเลือกเสียภาษี แยกต่างหากจากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น ที่ได้รับในระหว่างปีภาษีเพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร
อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/2798
มาตราที่อ้างถึง
ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย
