ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน.

ข้อหารือ กค 0702/1978 ลงวันที่ 9 เมษายน 2567

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0702/1978
วันที่
9 เมษายน 2567
ข้อกฎหมาย
มาตรา 71 ทวิ มาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

บริษัท อาราเร่ จำกัด (บริษัทฯ) ประกอบกิจการโรงเรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีผู้ถือหุ้น จำนวน 5 ราย มีรายละเอียด ดังนี้ ที่รายชื่อผู้ถือหุ้นสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละหมายเหตุ

1บจก.A48.00นิติบุคคลตามกฎหมายN

2บจก.Z1.00นิติบุคคลตามกฎหมายD

3นายปิติ46.06สัญชาติไทย

4นายมานะ2.47สัญชาติไทย

5นางสาวมานี2.47สัญชาติไทย

รวม100.00

1. ผู้ถือหุ้นบางส่วนของบริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัท ฟ้าใส จำกัด (บริษัท ฟ้าใสฯ) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย และบริษัท ฟ้าใสฯ มีผู้ถือหุ้น 5 ราย รายละเอียด ดังนี้ ที่รายชื่อผู้ถือหุ้นสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละหมายเหตุ

1นายปิติ20.00สัญชาติไทย

2นางชูใจ20.00สัญชาติไทย

3นางดีใจ20.00สัญชาติไทย

4นายมานะ20.00สัญชาติไทย

5นางสาวมานี20.00สัญชาติไทย

รวม100.00

2. บริษัทฯ มิได้จัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) สำหรับงบการเงินประจำปี 25x3 และ 25x4 ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยชี้แจงเหตุผลในการไม่จัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน และมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ดังต่อไปนี้ ที่รายชื่อผู้ถือหุ้นสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็น %สิทธิออกเสียงคิดเป็น %

1บจก.A48.0089

2บจก.Z1.002

3นายปิติ46.069

4นายมานะ2.470

5นางสาวมานี2.470

รวม100.00

บริษัทฯ อ้างถึงรายการข้อมูลผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น และสิทธิในการออกเสียงของผู้ถือหุ้นข้างต้นประกอบกับหลักกฎหมายมาตรา 71 ทวิ (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทขอชี้แจง ดังต่อไปนี้

2.1 อ้างถึงมาตรา 71 ทวิ (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนี้ไม่พบว่าบริษัทฯ มีนิติบุคคลรายใดถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด

2.2 อ้างถึงมาตรา 71 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนี้ไม่พบว่าผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ทั้งนี้ หากพิจารณาการถือหุ้นข้างต้นโดยพิจารณาในลักษณะของ “กลุ่มผู้ถือหุ้น” อันได้แก่ครอบครัวของกลุ่มผู้ถือหุ้น หรือตระกูลเดียวกันซึ่งมีจำนวนหุ้นรวมกันถึงร้อยละ 51 และอาจถูกตีความว่ากรณีดังกล่าวเข้าลักษณะความสัมพันธ์ในส่วนของการถือหุ้นทางอ้อมตาม (2) ของมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม การพิจารณาโดยอาศัยลักษณะของ “กลุ่มผู้ถือหุ้น” ว่าถือเป็นกรณี ผู้ถือหุ้นทางอ้อมนั้น บริษัทฯ เห็นว่าอาจเป็นการตีความอย่างกว้าง และไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายกำหนดเพียง ผู้ถือหุ้นหรือ ผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงไม่ควรตีความหมายรวมถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่ใช้นามสกุลเดียวกัน อีกทั้ง หากพิจารณาจากสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นทั้งสามรายแล้วนั้นจะเห็นว่า สิทธิออกเสียงรวมกันของผู้ถือหุ้นทั้งสามรายปรากฏเพียงร้อยละ 9 เท่านั้น จึงยิ่งเป็นการย้ำชัดว่ามิควรนำข้อพิจารณาในส่วนของ “กลุ่มผู้ถือหุ้น” ข้างต้นมาพิจารณาว่าเป็นไปตามลักษณะดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด

2.3 พิจารณาในส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง อันอาจมองได้ว่ามีสิทธิในการควบคุมกิจการตามมาตรา 71 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร มีเพียงรายเดียว คือ บจก.A เท่านั้น อย่างไรก็ตาม อ้างถึงข้อหารือคำถาม – คำตอบออกโดยกรมสรรพากร (ข้อมูล ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565) กล่าวว่า หลักการควบคุมตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง (3) แห่งประมวลรัษฎากร ยังไม่มีการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดลักษณะความสัมพันธ์ด้านการควบคุม การจัดการ หรือด้านทุนแต่อย่างใด ดังนั้น เงื่อนไขดังกล่าวมิอาจนำมาประกอบการพิจารณาได้

เนื่องจากบริษัทฯ ได้พิจารณาและมีความเข้าใจตามข้อชี้แจงข้างต้น ประกอบกับความคลุมเครือของการตีความข้อกฎหมาย บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะไม่นำส่งเอกสารแบบรายงาน Disclosure Form สำหรับงบการเงินประจำปี 25x3 และ 25x4 แต่อย่างใด

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

กรมสรรพากรขอเรียนว่า กรณีการพิจารณาผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร นั้น หมายความครอบคลุมถึง กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไป มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหลายบุคคลรวมกัน ถือหุ้นหรือ เป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด และผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นได้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด กรณีตามข้อเท็จจริง นายปิติ นายมานะ และนางสาวมานี ถือหุ้นในบริษัทฯ มีจำนวนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 51 ของทุนทั้งหมด และถือหุ้นในบริษัท ฟ้าใสฯ มีจำนวนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 60 ของทุนทั้งหมด ดังนั้น บริษัทฯ และบริษัท ฟ้าใสฯ จึงเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสองนิติบุคคล มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่ผู้ถือหุ้นหลายบุคคลรวมกัน ถือหุ้นในนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด และผู้ถือหุ้นนั้นได้ถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ย่อมเข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/1978

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา