ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการรับเงินสนับสนุนการประชุมวิชาการ และเงินค่าลงทะเบียนประชุมวิชาการ
ข้อหารือ กค 0702/1988 ลงวันที่ 9 เมษายน 2567
ข้อหารือกรมสรรพากร
- เลขหนังสือ
- กค 0702/1988
- วันที่
- 9 เมษายน 2567
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 39 มาตรา 77/2 และมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ
หน่วยงาน ก. เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติฯ มีวัตถุประสงค์ปฏิบัติการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ข. เช่น ส่งเสริมการศึกษา วิจัย ตามข้อบังคับของหน่วยงาน ข. โดยหน่วยงาน ข. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติฯ
หน่วยงาน ก. จึงขอหารือ ดังนี้
1. หน่วยงาน ก. จะต้องออกใบเสร็จรับเงินอย่างไร
2. กรณีหน่วยงาน ก. ออกใบเสร็จรับเงินโดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงาน ข.
2.1 หน่วยงาน ก. ต้องเสียภาษีแทนหน่วยงาน ข. หรือไม่
2.2 หน่วยงาน ข. ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
แนววินิจฉัยกรมสรรพากร
1. กรณีตาม 1. หน่วยงาน ก. เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติฯ หน่วยงาน ก. จึงมีฐานะเป็นหน่วยงานภายในของหน่วยงาน ข. ดังนั้น หน่วยงาน ข. จึงมีหน้าที่ออกใบรับซึ่งมีรายการอย่างน้อยตามมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้จ่ายเงินหรือชำระราคาในทันทีทุกคราวที่หน่วยงาน ก. รับเงินหรือรับชำระราคาไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม
2. กรณีตาม 2. แยกพิจารณาได้ ดังนี้
2.1 ภาษีเงินได้นิติบุคคล
หน่วยงาน ข. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติฯ ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามคำนิยามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร หน่วยงาน ข. จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้แต่อย่างใด
2.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม
กรณีหน่วยงาน ข. โดยหน่วยงาน ก. ได้รับเงินสนับสนุนการประชุมวิชาการประจำปีจากบุคคลภายนอกหรือรับเงินค่าลงทะเบียนประชุมวิชาการจากสมาชิก หากไม่ได้กระทำการใด ๆ ให้แก่ผู้ให้เงินสนับสนุนหรือผู้ให้เงินค่าลงทะเบียนเป็นการตอบแทน และเงินดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร เงินสนับสนุนหรือเงินลงค่าทะเบียนดังกล่าวย่อมไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร
อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/1988
มาตราที่อ้างถึง
ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย
