อากรแสตมป์ กรณีสัญญาจ้างทำของ

ข้อหารือ กค 0702/3647 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2567

ข้อหารือกรมสรรพากร

เลขหนังสือ
กค 0702/3647
วันที่
27 มิถุนายน 2567
ข้อกฎหมาย
มาตรา 103 มาตรา 104 มาตรา 113 และมาตรา 124 แห่งประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ มาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54)ฯ

ข้อหารือ

บริษัท ก. ได้ทำสัญญาให้คำปรึกษาด้านการขายและการพัฒนาธุรกิจกับบริษัท ข. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ระยะเวลาการให้บริการระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งขณะทำสัญญา บริษัท ก. ไม่ทราบมูลค่าสินจ้างว่ามีจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร จึงได้ประมาณค่าสินจ้างตามสัญญาเป็นจำนวน 1,300,000 บาท และได้ชำระค่าอากรตามมูลค่าสินจ้างที่ประมาณไว้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 โดยการให้บริการตามสัญญา บริษัท ก. จะเรียกเก็บค่าบริการเดือนละครั้งรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง และพบว่า ค่าสินจ้างของเดือนพฤศจิกายนที่ได้รับชำระในวันที่ 15 ธันวาคม 2565 เมื่อรวมกับสินจ้างของเดือนก่อนแล้วมีมูลค่าสูงกว่าสินจ้างที่ได้ประมาณและชำระอากรไว้ ซึ่งบริษัท ก. ได้ชำระค่าอากรเพิ่มเติมครบตามจำนวนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 บริษัท ก. จึงหารือว่า

1. กรณีที่คู่สัญญาลงนามในสัญญาแต่ไม่ระบุวันที่ลงนาม บริษัท ก. จะต้องถือวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นวันที่ทำสัญญาเป็นวันกระทำตราสาร และชำระค่าอากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันดังกล่าว ใช่หรือไม่ อย่างไร

2. กรณีที่บริษัท ก. ไม่ทราบมูลค่าสินจ้างที่แน่นอนในวันทำสัญญาจึงได้ประมาณค่าสินจ้างซึ่งต่ำกว่ามูลค่าที่ได้รับชำระจริง บริษัท ก. มีหน้าที่ต้องชำระค่าอากรเพิ่มเติมทันทีนับแต่ในวันที่ได้รับชำระสินจ้างเกินกว่าที่ประมาณไว้ ตามลักษณะแห่งตราสาร 4. จ้างทำของ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ใช่หรือไม่ อย่างไร

3. หากบริษัท ก. ชำระอากรเพิ่มเติมภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสินจ้างที่สูงกว่าค่าสินจ้างที่ได้ประมาณไว้ บริษัท ก. ไม่ต้องรับผิดเงินเพิ่มอากรและไม่ต้องโทษปรับตามมาตรา 113 และมาตรา 124 แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่

4. เมื่อบริษัท ก. ออกใบแจ้งหนี้และพบว่าสินจ้างสูงกว่าที่ได้ประมาณไว้ บริษัท ก. สามารถชำระอากรเพิ่มเติมโดยไม่รอจนถึงวันที่บริษัท ก. ได้รับชำระเงิน ได้หรือไม่ อย่างไร

แนววินิจฉัยกรมสรรพากร

1. กรณีตาม 1. บริษัท ก. ทำสัญญาให้คำปรึกษาแนะนำด้านการขายและการพัฒนาธุรกิจกับบริษัท ข. โดยตามสัญญาบริษัท ก. มีหน้าที่ควบคุม ดูแล จัดการ และบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ศูนย์บริการข้อมูลของบริษัท ข. รวมถึงติดต่อประสานงาน ให้คำแนะนำ ตอบข้อซักถามหรือดำเนินการตามที่ลูกค้าที่เข้ามาใช้ศูนย์ข้อมูลของบริษัท ข. จะร้องขอ และจะเรียกเงินค่าบริการเป็นรายเดือนในจำนวนที่แตกต่างกัน สัญญาดังกล่าวบริษัท ข. ย่อมมุ่งหวังให้บริษัท ก. ดูแลจัดการศูนย์ข้อมูลให้เป็นไปโดยเรียบร้อยพร้อมให้บริการลูกค้าได้ จึงเข้าลักษณะเป็นการมุ่งถึงผลสำเร็จของงานอันเป็นการจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเข้าลักษณะแห่งตราสาร 4. จ้างทำของ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เมื่อขณะทำสัญญา บริษัท ก. ไม่รู้จำนวนสินจ้างที่แน่นอน จึงได้ประมาณสินจ้างไว้จำนวน 1,300,000 บาท ตามหมายเหตุ (1) แห่งลักษณะตราสาร 4. จ้างทำของ กรณีถือว่า สัญญาดังกล่าวมีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป บริษัท ก. ในฐานะผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร โดยต้องนำตราสารมาสลักหลังตามระเบียบของกรมสรรพากรก่อนกระทำตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารนั้น ตามมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (3) (ก) และข้อ 3 (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54)ฯ โดยวันที่กระทำตราสารคือวันที่คู่สัญญาลงลายมือครบทุกฝ่ายในสัญญา และให้ถือวันที่ทำสัญญาเป็นวันที่กระทำตราสาร

2. กรณีตาม 2. และ 3. บริษัท ก. ประมาณสินจ้างและเสียอากรตามจำนวนสินจ้างที่ประมาณไว้แล้ว หากได้รับสินจ้างเป็นคราว ๆ และสินจ้างที่ได้รับในคราวใดเมื่อรวมกับคราวก่อน ๆ แล้วสูงกว่าจำนวนสินจ้างที่ประมาณไว้ บริษัท ก. ต้องไปชำระอากรเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวนที่ต้องเสียทุกครั้งในทันทีที่ได้รับเงินค่าจ้างตามมาตรา 103 (3) มาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร และหมายเหตุ (2) ของลักษณะแห่งตราสาร 4. จ้างทำของ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ กรณีตามข้อเท็จจริงเมื่อบริษัท ก. ได้รับชำระค่าสินจ้างในวันที่ 15 ธันวาคม 2565 บริษัท ก. ต้องเสียอากรทันทีด้วยการชำระเป็นตัวเงินไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ โดยหากบริษัท ก. ได้ยื่นตราสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน 15 วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่อนุมัติให้เสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชีอากรแสตมป์ ทั้งนี้ ตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัท ก. ได้ชำระอากรเพิ่มเติมในวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ครบถ้วนตามจำนวนที่ต้องเสีย บริษัท ก. จึงไม่ต้องรับผิดเสียค่าปรับตามมาตรา 124 แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีตาม 4. หากบริษัท ก. ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าสินจ้างเป็นคราว ๆ และพบว่าสินจ้างคราวที่เรียกเก็บครั้งใดรวมแล้วสูงกว่าสินจ้างที่ประมาณไว้ บริษัท ก. สามารถชำระค่าอากรได้ทันที โดยไม่ต้องรอถึงวันที่ได้รับชำระเงิน

อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/3647

มาตราที่อ้างถึง

ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย

LET'S TALK

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของคุณ

เตรียมเอกสารที่มี พร้อมแจ้งวันนัดหรือกำหนดเวลาสำคัญ

ทัก LINE โทรปรึกษา