ภายใต้บังคับมาตรา 91/4 การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักร ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามบทบัญญัติในหมวดนี้
(1) การธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ
(2) การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
(3) การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 33) พ.ศ.2541 ใช้บังคับ 1 ม.ค.2542 เป็นต้นไป )
(4) การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ ำ
(5) การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.26/2534 )
(6) การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 )
( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 247) พ.ศ. 2534 )
( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 )
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.57/2538 )
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.82/2542 )
(7) การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์
( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 240) พ.ศ.2534 )
(8) การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
( ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 350) พ.ศ.2542 )
( ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 358) พ.ศ.2542 )
( ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 364) พ.ศ.2543 )
( ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 391) พ.ศ.2544 )
ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการหรือตัวแทนของตนที่อยู่ในราชอาณาจักร ให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักรตามมาตรานี้
ในกรณีที่มีปัญหาว่ากิจการใดเป็นกิจการตาม (5) หรือไม่ อธิบดีจะเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดขอบเขต และเงื่อนไขของการประกอบกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้ว ให้ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรในราชกิจจานุเบกษา