ภาระภาษีตามประมวลรัษฎากร กรณีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่ออันเนื่องจากการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
ข้อหารือ กค 0702/4840 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568
ข้อหารือกรมสรรพากร
- เลขหนังสือ
- กค 0702/4840
- วันที่
- 19 สิงหาคม 2568
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 39 มาตรา 69 ตรี มาตรา 91/1 (4) และมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ตราสาร 28. (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
ข้อหารือ
บริษัทมหาชนที่ตั้งขึ้นใหม่จากการแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เป็นชื่อบริษัทมหาชนใหม่ ถือเป็นการโอนตามกฎหมาย ตามมาตรา 185 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 จึงขอทราบว่าการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์กรณีการแปรสภาพดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากร หรือไม่ อย่างไร และต้องใช้หลักฐานใดเพื่อประกอบการพิจารณาภาระภาษีเกี่ยวกับการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ดังกล่าว
แนววินิจฉัยกรมสรรพากร
บริษัทเอกชนอาจแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดได้เมื่อมีมติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้กระทำได้ ตามมาตรา 180 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการแปรสภาพเป็นบริษัทตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้บริษัทเอกชนเดิมหมดสภาพจากการเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้นายทะเบียนหมายเหตุไว้ในทะเบียน ตามมาตรา 184 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งผลจากการที่บริษัทเอกชนที่จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดแล้วย่อมได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของบริษัทเอกชนเดิมทั้งหมด ตามมาตรา 185 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เสมือนเป็นบุคคลเดิมที่จะดำเนินกิจการต่อไป ดังนั้น การขอเปลี่ยนแปลงชื่อในทางทะเบียนหรือขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน โดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจากการแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด มีภาระภาษี ดังนี้
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทเอกชนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บรรดาทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และความรับผิดของบริษัทเอกชนเดิมมีอยู่อย่างไร ย่อมเป็นของบริษัทที่แปรสภาพมาจากบริษัทเอกชนนั้นทั้งหมด เสมือนเป็นบุคคลเดิมที่จะดำเนินกิจการต่อไป ดังนั้น การขอเปลี่ยนแปลงชื่อในทางทะเบียนหรือขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจากบริษัทเอกชนเดิม เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทเอกชนไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขอเปลี่ยนแปลงชื่อในทางทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจากบริษัทเอกชนเดิม เป็นบริษัทมหาชนจำกัดโดยผลของกฎหมายเนื่องจากการแปรสภาพตามพระราชบัญญัติฯ ไม่เข้าลักษณะเป็นการขาย ตามมาตรา 91/1 (4) จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร
3. อากรแสตมป์ เมื่อการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อตามข้อเท็จจริงนั้นเป็นการจดทะเบียนโอนทรัพย์โดยผลของกฎหมาย ไม่ได้เป็นการจดทะเบียนโอนหรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร 28. (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
อ้างอิงต้นฉบับกรมสรรพากร: กค 0702/4840
มาตราที่อ้างถึง
ข้อหารืออธิบายตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในช่วงเวลาที่ระบุ การใช้กับเรื่องอื่นต้องเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและการแก้ไขกฎหมาย
